Work-Life Balance

posted on 30 Oct 2009 22:29 by superpororo in Ga-ri-ing


ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนมากๆที่เขียนส่งนิยามของโปรเจคนี้ อ่านแล้วรู้ได้ถึงความตั้งใจที่ทุกคนพยายามจะสื่อออกมา บางอันมันดูลึกซึ้งจนอิป้าเองยังคาดไม่ถึง =[]=



คือต้องขอเกริ่นก่อน ว่าแรกเริ่มเดิมทีของโปรเจคนี้ มันมีที่มาที่ไปยังไง...


เริ่มคุยกันว่าจะทำโปรเจคอะไรสำหรับคอนที่ไทย ก็ตอนที่มีประกาศว่าจะมีคอนที่เกา มานั่งคุยกันว่าจะทำอะไรดีที่มันเห็นผลได้ชัดเจน และไม่ยุ่งยากจนเกินไป ผลสรุปก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น คือคิดว่าเล่นแท่งหักน่าจะเห็นผลที่ชัดเจนที่สุดแล้ว ก็เลยสรุปเป็นแท่งหักเหมือนเดิม... และก็รอจนมีคอนที่เกา ตอนดูก็พะยามมองกันว่าเราควรจะเล่นช่วงไหนดี ให้มันดูแตกต่างจากปีก่อนที่ทำ... สเตปถัดมา เหล่าแม่บ้านอีเว้นท์ที่ว่างจากการตามเด็กๆที่เกา ก็มาระดมหัวกันดูสี ว่าควรจะใช้สีไหนสำหรับการเล่นโปรเจคครั้งนี้ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมาหรอก พะยามเลือกสีที่ไม่เคยมีใครใช้ ไม่ซ้ำใคร และตัดกับสีแดงได้ดี... ถ้าดูกันจริงๆสีขาวดูจะตัดกับสีแดงได้เด่นสุด และเป็นสีที่เป็นกลางที่สุด แต่ก็นะ เราก็มีอีโก้ในความเป็นคนไทยของเรา ทำอะไรก็ต้องทำให้มันแตกต่าง แอบกลัวว่าถ้าใช้สีที่เคยๆใช้ น้องจะคิดว่าแฟนๆที่อื่นบินมาทำโปรเจคให้หนะสิ ยอมได้ไง ใช่มะ555



ณ วันที่ไปดำเนินการเรื่องทำแท่งแดง ก็ดูเรื่องแท่งหักไปด้วย เผื่อจะมีอะไรใหม่ๆให้ลอง มีอะไรแปลกๆไปให้เล่น สรุปว่าก็เหมือนเดิมนะ555 แต่ได้ไปลองเอาแท่งสีอความาหัก แล้วเทียบกับแท่งแดง ก็สวยเลยทีเดียว (ท่านประธานให้เข้าไปหักในห้องน้ำด้วย มืดดีแต่เหม็นมาก -*-)


จริงๆช่วงนั้นก็ออกแนววุ่นวายกันเล็กน้อยนะ เพราะมีทั้งแท่งแดง ผ้า และแท่งหัก ในลูปเมลเหล่าอีเว้นท์ก็จะคุยหลายๆเรื่องพร้อมกัน จนมานึกกันได้ว่า เฮ้ย!!เราทำโปรเจค ก็ต้องมีชื่อโปรเจคใช่มะ... คืออิป้าพวกนี้เป็นพวกที่ทำอะไรลอยๆไม่ได้ ต้องมีชื่อโปรเจคมาให้มันดูอลังขึ้น(มั้ย??)555 มันก็เลยเป็นที่มาของชื่อที่เห็น คิดกันมาหลายชื่อ แต่สุดท้ายก็โหวตมาเป็นชื่อนี้ สรุปก็คือ เลือกแท่งสีมาก่อน แล้วถึงจะคิดชื่อโปรเจคกัน^ ^



เสร็จจากเลือกสีแล้ว ก็ต่อเนื่องคุยว่า จะทำโซนไหน ทำรอบไหน ใช้ทั้งหมดกี่แท่ง จะต้องไปสั่งท่านประธานวันไหน จะส่งมาถึงวันไหน แพ็กยังไง จะเสร็จทันมั้ย บลาบลาบลา... คำนวณเวลากันไปคร่าวๆ จนถึงวันที่จะต้องไปสั่งแท่ง ทางเกาแจ้งมาว่า(ช่วงนั้นอิป้ากลับมาไทยแระ) จะมีการเพิ่มเติมในส่วนของการติดสติ๊กเกอร์ เพิ่มกระบวนการออกแบบมาอีกหนึ่งสเตป... ปกติอีเว้นท์เนี่ยใช้ระบบประชาธิปไตยนะ มีการโหวตกันตลอด555 ไอที่ทำแบบติดบนแท่งเนี่ย ยังต้องมีอะไรยิบย่อยให้คิดอีก... จะเขียนอะไรลงไปบ้าง ข้อความไหนควรเด่น ใช้ฟ้อนท์ไหน อะไรจำพวกนี้... สรุปสุดท้ายส่งแบบ(อย่างรีบๆ) สั่งผลิต ก็เล่นเอาซะของมาเกือบไม่ทัน ทำเอาเครียดไปหลายวัน -*-


ช่วงที่ของมาและเตรียมแพ็ก เหมือนเคยเล่าไปคร่าวๆบ้างแล้วเนอะ ก็วุ่นวายใช้ได้ ยังดีที่อิป้ายังไม่ทำงาน เพราะถ้าทำแล้วอาจจะต้องถึงขั้นลางานกันเลยทีเดียว555 ก่อนของมาถึง ก็มีเตรียมการอะไรที่จำเป็นต้องใช้กันไป เช่น ซองที่ใส่แพ็ก กระดาษอธิบายวิธีการใช้ ฯลฯ... พอของมาถึง ก็ทุลักทุเลไปเคลียร์ของออกมาจากกรมศุล หนักยังไม่เท่าไหร่นะ แดดร้อนๆเนี่ยสิพาลจะทำให้หมดแรง และก็มาเฮฮาขำขันช่วงแพ็กแท่งเนี่ยแหละ คือทำแล้วจะเข้าใจเลยว่าเวลาพวกสาวโรงงานเค้าทำงานแล้วเร็วขึ้นเรื่อยๆเนี่ย คือมันก็ได้มาจากการทำบ่อยๆแหละ ทำแรกๆก็ช้าหน่อย ไม่มีเทคนิคอะไร แต่พอทำไปได้พักนึง หูยยยยยยยยยยย ชำนาญได้อีก555 ทั้งแท่งแดง แท่งหัก ผ้าเชียร์... จบงานไปสมัครเป็นแรงงานพม่าได้เลย



สรุปเล่ามายาว ยังไม่ถึงประเด็น555





เอาง่ายๆมะ ชื่อมันไม่มีอะไรลึกซึ้งหรอก จบ...








เฮ่ย!! ไม่ใช่แระ ล้อเล่น555 (โดนคนอ่านด่า)



คือตอนคิดชื่อกันเนี่ย ก็ช่วยๆกันระดมความคิด ใครมีไอเดียชื่ออะไรก็เสนอๆมา แล้วก็มาโหวตใช่มะ ไอตอนคิดมันก็คิดตัวใครตัวมันแหละ คือใครไอเดียกระฉูดตอนนั้น ก็จะมาหลายชื่อหน่อย... แต่ตอนโหวตที่เลือกเป็น Memory in Blue เนี่ย สรุปสุดท้ายทุกคนคงได้นิยามออกมาไปในแนวทางเดียวกัน... ในส่วนของคนอื่นๆที่คิดเยอะกว่านี่ อิป้าไม่อาจรู้ได้ คงจะบอกได้แค่นิยามในภาพรวมจากการที่เหล่าอีเว้นท์เคยมานั่งถกเถียงกัน มากกว่า...


Memory = ความทรงจำ การระลึกถึง ความหลัง
Blue = สีฟ้า สีน้ำเงิน เศร้าใจ เสียใจ
 


อย่างที่เคยบอกไว้ว่า ชื่อโปรเจคมันมีความหมายได้หลายอย่าง Memory สื่อถึงความทรงจำดีๆ สิ่งที่น่าจดจำ และสามารถรู้สึกดีได้ทุกครั้งที่นึกถึง อยากให้โปรเจคเป็นส่วนนึงของความทรงจำ ระหว่างน้องกับแฟนไทย เมื่อไหร่ที่น้องนึกถึง อยากให้สัมผัสถึงความรู้สึกอบอุ่น อิ่มเอมที่แฟนไทยมอบให้ หรือเมื่อไหร่ที่แฟนไทยนึกถึง จะเป็นภาพที่เราแฟนไทยทุกคน ร่วมกันสร้าง ร่วมกันทำออกมาเพื่อให้คนที่เรารักทั้ง5คนรับรู้ถึงความรักที่แฟนไทยมีให้ ... มันจะเป็นความทรงจำดีๆระหว่างแฟนกับน้อง รวมไปถึงระหว่างแฟนกับแฟนด้วย เมื่อไหร่ที่นึกถึงก็อยากให้ยิ้มได้(แต่บางทีอิป้านึกถึงแล้วร้องไห้นะ555)


ส่วนคำว่า Blue อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเอสเจ555... สีแท่งที่เลือกใช้ เป็นสีอควาหรือก็คือฟ้าอมเขียว จะมาเป็นเมมโมรีอินอควา หรือเมมโมรีอินกรีน ก็ดูจะแปลกๆไปหน่อย -*- เพราะว่าคำว่าบลูมันสื่อได้ถึงความหมายอื่นได้อีก ไม่เหมือนอควากับกรีน... สามเพลงช้าที่เลือกเล่น น่าจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดแล้ว จะให้น้องร้องเพลงเร็ว คนดูกำลังมันส์ๆแล้วมาหักแท่งไฟ(จริงๆตอนโซโล่ครั้งก่อนก็มีช่วงเพลงเร็ว แต่คิดว่าสีอควาน่าจะเหมาะกับเพลงช้าๆ มีจังหวะโบกแท่งไปมามากกว่า)... Love in the ice สีแท่งเหมือนน้ำแข็งมั้ย?? ^^ ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือกเนอะ สีดูเย็นวาบๆ บวกกับความรู้สึก บลูบลู อารมณ์ร่วมแบบเศร้าๆ ซึ้งกันไปเลย... เพราะฉะนั้น คำว่า Blue ก็น่าจะเหมาะที่สุดแล้ว




เนี่ยแหละ นิยามการใช้ชื่อโปรเจคเป็นชื่อนี้ของเหล่าอีเว้นท์ ถึงแม้มันจะดูไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายนัก ดูเบสิกเบสิก แต่ทุกครั้งที่ทำมันออกมา เหล่าอีเว้นท์ก็อยากจะได้สิ่งที่เหมาะและดีที่สุด(อาจจะไม่ได้พอใจสำหรับทุก คน) บางทีเวลาประกาศโปรเจคไป มักจะมีทั้งคำติชมมาอยู่เสมอ เช่น ทำไมทำผ้าสีนี้คะ ไม่เห็นจะสวยเลย, อยากได้ข้อความเป็นแบบนี้มากกว่าค่ะ เปลี่ยนได้มั้ยคะ, พี่ๆจะเอาเอสเจมาอยู่ในคอนทงบังเหรอคะ ทำไมทำแบบนี้ ฯลฯ  ถ้าติดตามกันดีๆ แทบจะไม่เคยออกมาให้เหตุผลอะไรพวกนี้เท่าไหร่ถ้าไม่สุดๆจริงๆ(เหมือนตอนผ้า เชียร์ ถ้าใครจำได้ที่อิป้ามาบ่นในบล๊อค เล่นเอาร้องไห้ไปหลายปี๊บ) จริงๆอีเว้นท์อาจจะดูหยิ่ง ทำไมถามอะไรก็ไม่ตอบ ทำไมไม่มีคำอธิบาย... ไม่รู้สิ ในมุมมองของคนทำงาน ก็คิดว่าสิ่งที่ทำค่อนข้างชัดเจน เป็นสิ่งที่เรา เหล่าคนทำงานอยากทำ มันก็ต้องออกมาตามใจคนทำงานอยู่แล้วถูกมะ และก็คิดว่าเขียนค่อนข้างจะละเอียดในทุกๆเรื่องที่ประกาศออกมา(ปกติจะประกาศ งานหนึ่งทู้ ทุกคนต้องช่วยกันสกรีนนะ ไม่ใช่เขียนปุ๊บแปะปั๊บ) เพราะงั้นก็อยากให้เข้าใจ หรือถ้าไม่เข้าใจก็ทำความเข้าใจกันนิดส์นึง โอเค๊ะ??



เรื่องนิยามจบยังเนี่ย เหมือนเขียนแล้วหลุดไปอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ555




ก่อนจะไปเรื่องจิปาถะต่อ... อิป้ามาขออัพเดทสถานการณ์ผักชีและถั่วฝักยาวกันหน่อย(จะมีใครติดตามเรื่องนี้อยู่มั่งมั้ยเนี่ย)


เชื่อมั้ยว่าจะเขียนบล๊อคตั้งแต่สองวันก่อน แต่ผักชีที่คิดว่าควรจะจบวันพุธ มันดันไม่จบ กรี๊ดดดดดดดดดดด มันยังสามารถต่อยอดให้ไม่จบได้อีกเว่ยเฮ่ย... แต่ตอนนี้ มันจบลงแล้ว(มั้ย??) ของกำลังเดินทางเข้าโรงงาน(ตอนเขียนถึงตอนนี้ เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆ) แต่สุดท้ายที่ยังห่วงอยู่คือ ผักจะเน่ามั้ย ไม่อยากจะโทรถามแระ ขอไปรู้พรุ่งนี้ทีเดียว... ตอนที่ชิปปิ้งโทรมาว่า รถออกจากสนามบินไปแล้วนะครับ พระเจ้า น้ำตาจะไหล T^T คือตัวนี้เวิร์คมาตั้งแต่เข้าทำงานช่วงแรกๆ เริ่มด้วยขั้นตอนการหา คือน้อยเจ้ามากที่ขายแบบออแกนิก... พอหาได้ก็ติดต่อ คุยเรื่องสเปค ราคา ออกพีโอ ทำจ่าย และมาติดปัญหาเรื่องเอกสาร เอกสารนู่นนี่ นำเข้าผักต้องมีเอกสารตัวนี้นะ บลาบลาบลา... เลยเถิดไปเรื่อย จนถึงวันจะส่งของ ไฟลท์แน่นอีก ไม่มีไฟลท์จากปักกิ่งมาไทย เลยต้องชิปจากจีนไปฮ่องกงก่อน และให้เอเจนซี่ช่วยชิปต่อมาไทยอีกที... พอมาถึงวันนี้จะเคลียร์ของ เครื่องลง11โมง เอกสารออกมาให้ทำเรื่องตอนบ่ายสอง ดำเนินการนู่นนี่ เคลียร์เสร็จรอรถไปรับ ปรากฏว่ารถที่ไปมีปัญหา ต้องหารถใหม่ สรุปกว่ารถจะออกจากสนามบินขนผักไปได้ ก็ห้าทุ่มพอดี T^T หนักหนาได้อีกชีวิต

ออ... ใครที่จะเมลมาปรึกษาเรื่องงาน(จริงๆเรื่องอื่นๆก็ได้นะ ถ้าตอบได้ก็ตอบแหละ) ก็เมลมาที่เมลนี้เลยนะ
zerebrum@gmail.com




หมดเรื่องเครียดๆของตัวเองไป(ประมาณนึง) ช่วงนี้ก็นะ คดีเริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น น้องขึ้นหน้าหนึ่งนสพ.ไทยด้วยอะ =[]= คือไม่ค่อยได้อ่านหรอกนสพ.อะ แต่เจอใครก็มีแต่คนบอกว่าน้องขึ้นหน้าหนึ่ง... คดีก็ยังไม่สรุปสุดท้ายอะนะ บางส่วนมีผลไปแล้ว แต่เหมือนจะแค่บางส่วนนะ ใช่มะ ไม่ได้มีผลทั้งสัญญา(จริงๆก็ไม่รู้ว่าในตัวสัญญามีรายละเอียดมากมายแค่ไหน) ตอนนี้เดาไม่ออกเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นรูปการณ์แบบไหน น้องก็ยังมีฟ้องร้องเพิ่มเติมอื่นๆอีก ข่าวลือก็เยอะหนาหู เล่นเอาจิกกบาลกันไปเป็นวัน(ไม่บอกนะ เด๋วจะหาว่าสร้างกระแสไม่ถูกใจ กร๊ากกกก) แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเหมือนช่วงแรกๆที่ฟ้องนะ ไม่รู้เพราะเบื่อจะคิด หรือ เครียดเรื่องงานจนคิดไม่ออก555 ปล่อยว่างได้บ้างมันก็ดีอะ Que sera sera, whatever will be will be






วันก่อนไปอ่านบทสัมภาษณ์อ้วนมา(มีคนเอามาปล่อยในลูปเมล) อ่านแล้วก็แบบ แร๊งงงง!!! สมกับเป็นอ้วนจริงๆ คือคิดอะไรพูดออกมาหมดเลย แถมแบบค่อดๆของไม่แคร์สื่อ เป็นตัวของตัวเองสุดๆ(ถ้ามิกได้สิบ อ้วนก็ได้พันอะ!!!) สรุปว่าตรูรักที่อ้วนเป็นแบบนี้ใช่มั้ยเนี่ย...


นึกถึงว่าก่อนนู้นกรี๊ดพี่เคนเอฟโฟ ตอนนี้มากรี๊ดพี่เคนธีรเดช555 ก่อนนู้นขโมยแบนเนอร์ยามาฮ่า สมัยนี้ขโมยสแตนรถไฟฟ้า... ทั้งแบนเนอร์ทั้งสแตน พี่เคนเหมือนกัน555... ไปดูมาแระนะรอบสอง ยังกรี๊ดได้เหมือนเดิม แต่จะรู้สึกสนุกกว่านี้ ถ้าอิข้างหลังไม่พูดตลอดเวลา(ทำอย่างกะดูละครที่บ้าน แอบเซร็ง -*-)




คู่นี้ก็น่ารักเวอร์ ไม่เกรงใจชาวบ้าน







โปรเจค U r my HERO อิป้าแปะที่อยู่ไว้ให้เลยละกัน เวลายุ่งๆแล้วไม่ค่อยได้เข้าไปดูเมล เด๋วจะช้า จะตกหล่นอะไรกันไปอีก... ชื่อที่จะส่งอะไม่ต้องลงชื่อจริงนะ เพราะจะไม่ให้(เด๋วโดนตามทวงหนี... ไม่ใช่แระ55) ก็ส่งมาก็เขียน ซีรี คิม, กริ๊ง คิม อ