It's time~

posted on 26 Nov 2009 16:57 by superpororo in Ga-ri-ing


ตอนนี้ความรู้สึกมันล้นๆจุกๆบอกไม่ถูก อยากจะเขียนในสิ่งที่รู้สึก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสื่อออกมาได้มากแค่ไหน จะลองพยายามดูซักหน่อย

ช่วงชีวิตของการเป็นมนุษย์บ้าดารา มันก็มีช่วงเวลาของความทุกข์ เมื่อไหร่ที่เราทุกข์ เรามักจะย้อนกลับไปคิดถึงความสุขที่เคยเกิด คิดถึงความทรงจำดีๆที่เคยมี ไม่ต่างอะไรกับตอนนี้ ตอนที่กำลังรู้สึกทุกข์ ความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลกันเข้ามา และพาลจะทำให้น้ำใสๆไหลออกมาจากตาโดยไม่รู้ตัว

ความรักมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ถ้าให้ถามว่าเริ่มรักผู้ชายคนนี้เมื่อไหร่ คงไม่สามารถตอบได้ จากที่เห็นแล้วถูกชะตา รู้สึกชอบ จนกลายมาเป็นความรัก มันค่อยๆซึมซับ จนเมื่อวันนึงที่เรารู้ว่า เรามองคนนี้อยู่ตลอด เราถึงเข้าใจว่าเรารักคนๆนี้แล้วจริงๆ... อิป้ามักมีคำถามเกิดขึ้นกับตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเรารักผู้ชายคนนี้จริงๆเหรอ แน่ใจตัวเองนะ... และก็ค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง เมื่อเวลาที่มีผู้คนมากมายรายล้อม แต่เราก็มักจะมองหาเพียงคนๆนี้... เลยตอบตัวเองได้ว่า เรารักคนๆนี้เข้าให้แล้วหละ ><~

ชีวิตอิป้ากับน้อง ถ้าจะเรียกว่าดวงหรือโชค อาจจะรวมไปถึงโอกาส ก็คงจะไม่ผิด... อาจจะไม่ได้มีโอกาสมากมายอะไรเท่าคนอื่นๆ แต่สำหรับตัวเองแล้ว ก็ถือว่ามากพอที่จะทำให้เรารู้สึกได้ถึงคำว่ามาก... จริงๆต้องถามตัวเองก่อนว่า เราแข่งกับใคร ถ้าเราพยายามจะแข่งกับคนอื่น ผลลัพธ์ที่ได้มามันก็ไม่น่าจะแฮปปี้ซักเท่าไหร่ แต่ถ้าเราพยายามที่จะแข่งกับตัวเอง ตอบตัวเองว่าทำได้ดีที่สุดเท่าที่แรงจะทำไหวรึยัง... ถ้าคิดว่าอยู่ในจุดที่พึงพอใจ อิป้าว่าเราก็แฮปปี้ได้แล้ว...

เริ่มชอบน้องครั้งแรกตอนเดือนกรกฎา ปี2006... เริ่มต้นด้วยความไม่รู้ ไม่มีข่าวสาร ไม่มีอะไรเลยจริงๆ... เดินทางไปเจอน้องครั้งแรกที่มาเล ก็ไปด้วยความไม่รู้ คนเค้ารู้กัน แต่เราไม่รู้ แล้วก็เริ่มมีคำถามกับตัวเองว่า... ทำไมเราถึงไม่รู้? และทำยังไงเราถึงจะรู้?... ณ วันนั้น อาจจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้อิป้าพยายามจะหาข้อมูล หาข่าวสาร หาอะไรก็ได้เพื่อมาทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เออ!!เรื่องนี้มันควรจะรู้นะ(อาจจะเป็นความโรคจิตเล็กๆ แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ -*-)... จากนั้นเวลาที่ไปเจอน้อง ไปหาน้อง ก็พยายามที่จะเตรียมความพร้อมให้ตัวเองทุกอย่างเท่าที่พอจะทำได้ พยายามแล้วไม่ได้ กับไม่พยายามแล้วรอโอกาส มันให้ความรู้สึกต่างกันนะ ยิ่งถ้าท้ายที่สุดพยายามแล้วมันได้ หูยยยย จุดพลุเลยเหอะ คือที่เหนื่อยๆมา หายเกลี้ยง...

แรกเริ่มกับงานShowcase O การได้เข้าไปเป็นส่วนนึง ก็ถือว่าดีมากแล้ว... งานปลายปี2006 การได้เข้าไปในงานรับรางวัล ก็ถือว่าดีมากแล้ว, ได้งานแจกลายเซ็นต์ ก็ถือว่ามีดวงมากสุดๆ... คอน O หาบัตรได้ เข้าไปดูสามรอบ ที่นั่งไม่เกี่ยง แค่ได้ดู ก็ถือว่าดีมากแล้ว... เหตุการณ์มันเหมือนดำเนินต่อไปเรื่อยๆ กับสิ่งที่ทำมาตลอด คือ ครั้งนี้ต้องดีกว่าครั้งที่แล้ว ครั้งหน้าต้องดีกว่าครั้งนี้... เราต้องได้เจอน้องใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นการตั้งเป้าให้ตัวเอง เพื่อที่จะพยายามไปให้ได้ถึงเป้านั้น... จากเมื่อก่อนไปสนามบินแบบเดาๆ น้องจะบินไฟลท์ไหนวันไหนก็ไม่รู้... เข้างานก็ไม่เคยรู้เรื่อง เค้าประกาศชิงบัตรกันตอนไหนไม่เคยรู้ ไปงึมๆหน้างานเอา เข้าได้ก็เข้า เข้าไม่ได้ก็เศร้าไป...

จริงๆอยากจะบอกกับใครหลายๆคนว่า การที่เราจะก้าวไปในแต่ละสเตป โอกาสมันอาจจะมีมาบ้าง แต่การขวนขวาย ความพยายามของเรานั้นสำคัญกว่า... อิป้าและผองเพื่อน อาจจะโชคดี หลายๆอย่างมันเข้ามาหาเองโดยที่เราไม่ได้ขวนขวาย แต่โดยหลักๆแล้วมันก็ต้องขวนขวายด้วยตัวเองแหละ ลองคิดง่ายๆว่า อาทิตย์นึงมี7วัน ต้องหาข่าวทั้ง7วันเลยนะ แถมบางวันต้องหาอยู่ตลอดเวลา(โดยเฉพาะช่วงวันที่น้องจะบิน) บางครั้งเหมือนโรคจิตอยู่กลายๆ แต่อย่างน้อยขอให้ได้รู้ไว้ก่อน รู้แล้วจะเดินต่อหรือไม่ นั่นก็อีกเรื่องนึง =[]= ไม่อยากให้คิดกันว่า พวกเรามีพร้อม มีเงินพร้อม มีข่าวพร้อม พร้อมไปซะหมด... เบื้องหลังที่ไม่เคยเขียน มันก็ยังมีอีกเยอะนะ(ถ้าเขียนจริงๆกลัวจะไม่จบเอนทรี555) ลองมองดูง่ายๆ เหล่าอีเว้นท์ชอบน้องกันมา3ปี มันไม่ใช่ระยะเวลาสั้นๆ น้องโตเราก็โตขึ้น... คงต้องย้อนถามตัวเองดูด้วยแหละ ว่าเป้าหมายในชีวิตเราคืออะไร สำหรับอิป้า เมื่อปีสองปีก่อน น้องอาจจะเป็นเกือบทุกอย่างในชีวิต ทำอะไรก็ได้ขอให้ได้เจอน้อง ครอบครัวอะไรแทบจะไม่สนใจ แต่ ณ วันนี้ น้องไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตแล้ว อิป้าคิดอะไรได้มากขึ้น มองในมุมอื่นๆมากขึ้น หันมาสนใจคนรอบตัว และมันก็ทำให้ตัวเราดีขึ้นจริงๆนะ อย่างน้อยพ่อแม่ก็สบายใจ ตัวอิป้าเองก็ไม่ต้องไปจับจดอยู่แต่กับเรื่องน้อง...




ยิ่งตอนนี้มีเรื่องที่ทำให้ปวดตับ มันทำให้คิดย้อนกลับไปว่า ถ้าเกิดเรื่องนี้ ณ ปีที่แล้ว อิป้าจะรอดกับความรู้สึกนี้ไปได้หรือไม่... อย่างเรื่องที่เกิดๆขึ้นมา ก็ไม่ใช่ไม่เสียใจนะ บางคนอาจจะมองว่าอิป้าแรง ถึงแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น(จนก่อให้มีกรณีพิพาทกันเมื่อหลายเอนทรีก่อน) การวิเคราะห์สถานการณ์บางทีมันก็ช่วยให้เราสะสางกับความรู้สึกที่มันจุกๆอยู่ได้ วิเคราะห์เพื่อมองเห็นถึงหนทางที่เป็นไป ไม่ได้หมายว่าต้องถูก แต่การวิเคราะห์ก็ช่วยให้เรามองเห็นได้หลายๆมุม...

"เสียใจ" ก็เกิดขึ้นจากหลายความรู้สึก... ตอนมีเรื่องฟ้องร้องเกิดขึ้น รู้สึกเสียใจกับความไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าน้องทำอะไร ทำไมถึงทำ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมน้องถึงตัดสินใจแบบนี้... พอคดีเริ่มมีการขึ้นศาล มีคู่กรณีทั้ง2ฝ่ายออกมาปะทะกัน ก็เสียใจว่า เหตุการณ์มันดูจะรุนแรงขึ้น จากที่หวังว่ามันอาจจะดีขึ้น(อยู่ในใจลึกๆ) มันก็ไม่ใช่... น้องมักมาคู่กับข่าว ข่าวก็เริ่มทยอยเข้ามาผ่านหูมากขึ้นเรื่อยๆ จากคนที่ใกล้ชิดน้องมั่งหละ จากสำนักข่าวมั่งหละ ปะดังปะเดมา จนบางทีจิตใจมันลอยๆ เริ่มไม่อยากรับรู้อะไร คิดแค่ว่า เอาเหอะ อะไรจะเกิดมันก็เกิด... พอข่าวลือมาก ก็มีปัญหาระหว่างแฟนกันมากขึ้น กระทบกระแทกกันบ้าง พูดจาถากถาง ต่อว่ากันบ้าง ก็เสียใจ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น น้องมีคดีกันก็แย่พออยู่แล้ว แทนที่จะให้กำลังใจกัน กลับมาต่อว่ากันเอง...

 


เหมือนเหตุการณ์จะสงบลง และดูไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็รอเวลาไปเรื่อยๆ ไปเครียดเรื่องงานแทน... จนถึงช่วงที่คอนที่เซินเจิ้นยกเลิก เลยเถิดไปถึงข่าวลือว่าทูคิมย